Make your own free website on Tripod.com
บันทึกการอบรม

        การอบรมอาสาสมัครสิ่งแวดล้อมชุมชน โครงการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม "เพื่อคุณภาพชีวิต" ณ ที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบล กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นการฝึกให้ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำพอง รู้จัก การตรวจวัดคุณภาพน้ำ เพื่อจะได้วางแผนในการเฝ้าระวัง และร่วมมือกัน ในการดูแลลำน้ำพอง เนื่องจาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ลำน้ำพอง ได้เกิดการเน่าเสียหลายครั้ง ประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบดังกล่าว จึงต้องการ ที่จะมีส่วนร่วม ในการรับรู้ปัญหา หาแนวทางแก้ไข และฟื้นฟูลำน้ำพอง ให้สามารถใช้ได้ต่อไป

        ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือ จากหลายฝ่าย อาทิ ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รศ.ดร.ชุติมา หาญจวณิช ผศ.ดร.นฤมล แสงประดับ และ คณะ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณวงศ์วิวรรธ ธนูศิลป์ และคณะ จาก ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อม เขต 6 ขอนแก่น บริษัทฟีนิคส์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานไฟฟ้าฯ อ.น้ำพอง และ องค์การบริหารส่วนตำบล กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยการอบรมครั้งนี้ ได้จัดอบรม ให้แก่อาสาสมัครกว่า 40 คนในพื้นที่ ต.กุดน้ำใส ให้รู้จัก การใช้เครื่องมือ และ วิธีการในการ ตรวจวัดคุณภาพน้ำได้ด้วยตนเอง

        
พิธีการอบรมเริ่มต้นขึ้น เมื่อนายอำเภอน้ำพอ ง ได้กล่าว เปิดการอบรม กล่าวถึง ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน ในการดูแลรักษา ในภาคทฤษฏี ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง ได้บรรยายถึง การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางเคมี โดยชี้ถึง จุดประสงค์ที่อยากให้ ลำน้ำพอง กลับมาใสดังในอดีต โดยการใช้แก้วน้ำ เป็นสื่อในการอธิบาย จากน้ำใส ที่ใส่สิ่งต่างๆ ลงไปในแก้ว จนน้ำในแก้ว เปลี่ยนสีไป แล้วยกแก้วน้ำเปรียบเทียบกัน แล้วถามผู้เข้าอบรมว่า ต้องการให้ลำน้ำพอง เป็นแบบไหนต่อไป สาเหตุที่น้ำในแก้ว เปลี่ยนสีไป เพราะผู้คนทิ้งสิ่งต่างๆ ลงในแม่น้ำ อธิบายด้วยสื่อ และคำพูดที่ชาวบ้าน เข้าใจง่าย

        ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำทางเคมี ตัวแปรที่จะต้องทำการศึกษาเพื่อใช้บ่งชี้คุณภาพน้ำ ได้แก่ การละลายของออกซิเจนในน้ำ ดร.ยรรยงค์ได้ยกตัวอย่างถึงฟองอากาศ, ออกซิเจนที่ใช้ในโรงพยาบาล และเหตุการณ์ เรือดำน้ำของรัสเซียที่จมลง มีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยราย เพราะขาดออกซิเจน, ความเป็นกรด-ด่าง เปรียบเทียบกับน้ำกรดในแบตเตอรี่ ,ด่างทับทิม - การนำไฟฟ้าก็เปรียบเทียบถึงแท่งตะกั่วในแบตเตอรี่ ขั้วบวก-ลบ ทีมีประจุวิ่งอยู่ หรือการใช้ไฟฟ้าช็อตปลา หากน้ำมีสิ่งเจือปน ยิ่งจะเป็นสื่อที่นำไฟฟ้าได้ดี และไนเตรต,ฟอสเฟต เปรียบเทียบกับปุ๋ยที่ใส่ให้พืชผลงอกงาม แต่สารเหล่านี้อยู่ผิดที่ ไปอยู่ในล้ำน้ำพองทำให้สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในการอธิบายแต่ละหัวข้อ ดร.ยรรยงค์จะใช้วิธีสอบถามชาวบ้านว่า แต่ละอย่างที่เอ่ยขึ้นมา ชาวบ้านนึกถึงอะไรบ้าง

        ในการตรวจวัดคุณภาพน้ำทางชีวภาพ ซึ่งต้องใช้สัตว์หน้าดิน ดร.นฤมลได้กล่าวอธิบายสรุปสั้นๆ เพราะสัตว์หน้าดินเป็นสิ่งที่ผู้เข้าอบรมรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดีแล้ว ท่านอธิบายถึงการตีความถึงคุณภาพน้ำที่วัดได้ โดยการใช้นาฬิกาสัตว์หน้าดิน พร้อมตัวนาฬิกาที่มีรูปสัตว์ประกอบในตัวเรือน หลังจากนั้น ได้จัดให้ชาวบ้านแบ่งกลุ่มตามหมู่บ้าน และเดินชมการสาธิตการใช้เครื่องมือต่างๆ โดยจัดเป็นซุ้มๆ

        ในช่วง 11.00 น. ชาวบ้านผู้เข้าอบรมได้เดินดูการสาธิตการใช้เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำที่จัดไว้ ณ. ซุ้มต่างๆ เริ่มจาก เครื่องมือวัดสี และวัดสารเจือปนต่างๆที่ละลายในน้ำ เฃ่น ไนเตรต ฟอสเฟต โดยใช้เครื่องมือวัดราคากว่า 6 หมื่นบาท วัดสารต่างๆได้ 97 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดต้องใช้สารเคมีเป็นตัวผสมเพื่อใช้ในการวัดด้วย , ซุ้มเครื่องมือวัดอกซิเจนในน้ำ. ซุ้มเครื่องมือวัดความเป็นกรด-ด่าง และซุ้มเครื่องมือวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำ ได้มีการนำน้ำธรรมดา น้ำมะนาว น้ำผสมน้ำปลาใส่แก้วแล้วใช้เครื่องมือมาวัดค่าต่างๆ เปรียบเทียบกัน ดดยผู้สาธิตได้ให้ผู้เข้าอบรมทดลองใช้เครื่องมือตั้งแต่การเริ่มใช้เครื่องมือวัด จนถึงการใช้น้ำกลั่นกลั้วเครื่องมือในส่วนที่ต้องใช้สัมผ้วน้ำก่อนการเก็บเครื่องมือ..

        ในซุ้มการตรวจวัดคุณภาพน้ำทางชีวภาพ โดยใช้สัตว์หน้าดิน มีการนำตัวอย่างสัตว์จริงมาตั้งแสดงไว้ โดยวางคู่กับภาพวาด เนื่องจากสัตว์จริงมีขนาดเล็ก พร้อมป้ายแสดงชื่อวงศ์ของกลุ่มสัตว์ ได้แก่ แมลงสโตนฟลาย แมลงชีปะขาว แมลงหนอนปลอกน้ำ แมลงปอ กุ้ง ปู หนอนแดง ไส้เดือนน้ำจืด ซึ่งในซุ้มนี้ผู้อธิบายเป็นนักศึกษาปริญญาโทจากคณะวิทยาศาสตร์จำนวน 6 คนสลับกันบรรยาย, และอธิบายการใช้นาฬิกาสัตว์หน้าดิน และคุณประยุทธิ์อธิบายถึงการตักตะกอนและการแยกสัตว์หน้าดินใส่กล่องเก็บตัวอย่าง ซึ่งมีรายละเอียดมากพอสมควร เสร็จจากการสาธิตการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั้ง 5 ซุ้ม ผู้เข้าอบรมและวิทยากรก็พักรับประทานอาหารกลางวัน

        ในภาคบ่าย ผู้เข้าอบรมได้เดินทางไปยังลำน้ำพองบริเวณบ้านโนนขามแป ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียที่รุนแรงอีกจุดหนึ่ง เมื่อไปถึงคณะวิทยากรได้แบ่งกลุ่มชาวบ้านออกเป็น 10 กลุ่ม และแจกเครื่องมือที่ใช้ทำการศึกษา มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มละคน แยกกันไปหาสถานที่ตักตะกอนซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ถูกรบกวน ไม่เป็นบริเวณที่คนหรือสัตว์ลงน้ำ แล้วจึงทำการตักตะกอนเป็นเวลา 3 นาที แล้วนำตะกอนมาแยกหาสัตว์หน้าดิน บันทึกว่า พบสัตว์หน้าดินในแต่ละกลุ่มจำนวนกี่ตัว แล้วจึงนำมาแปรผลด้วยนาฬิกาสัตว์หน้าดิน

        สำหรับการวัดคุณภาพน้ำทางเคมี เนื่องจากเครื่องมือมีเพียง 1 ชุด จึงมีเพียง 1 กลุ่มเท่านั้นที่ได้ทดลองใช้เครื่องมือ และในวันนั้นฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ทำให้สามารถตรวจวัดค่าทางเคมีได้เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น เมื่อแต่ละกลุ่มแยกสัตว์หน้าดินจากตะกอนเสร็จ ทั้งหมดจึงเดินทางกลับมายัง อบต.กุดน้ำใสอีกครั้งหนึ่ง

        ในช่วงสุดท้ายของการอบรม ดร.ยรรยงค์ได้ออกมากล่าวสรุปการอบรม บรรยายถึงเครื่องมือแต่ละชนิดที่ต้องใช้ให้ผู้เข้าอบรมฟังอีกครั้งด้วยภาษาชาวบ้านง่าย ๆ บอกค่าตัวเลขที่วัดได้จากเครื่องมือแต่ละชิ้น เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง ช่วง 1-6 เป็นกรด 7 เป็นกลาง และ 8-14 เป็นด่าง, ค่าออกซิเจนละลายน้ำ ถ้าเกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร คุณภาพน้ำก็เริ่มไม่ดีแล้ว ซึ่งจากการอบรมครั้งนี้ วัดค่าออกซิเจนละลายน้ำได้ 5.04 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าการนำไฟฟ้า 150 ไมโครซิเมนต์ต่อเซนติเมตร อุณหภูมิน้ำ 28 องศาเซลเซียส สำหรับการวัดคุณภาพน้ำด้วยสัตว์หน้าดิน พบหนอนแดงเป็นจำนวนมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ รองลงมาพบ กุ้ง ปู แมลงปอ แมลงหนอนปลอกน้ำ และแมลงชีปะขาว เมื่อแปรผลจากนาฬิกาสัตว์หน้าดินพบว่า คุณภาพน้ำจัดอยู่ในระดับ เลวค่อนไปทางคุณภาพพอใช้

        นอกจากนั้น ยังได้มีการสรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อออกตรวจวัดคุณภาพน้ำ ไม่ควรออกไปคนเดียว ควรจะไปเป็นคู่จะได้ช่วยกัน มีชูชีพพร้อม , การใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอย่าเผลอจับตรงกระเปาะด้านล่าง เพราะอุณหภูมิที่ได้จะเป็นอุณหภูมิจากกร่างกายไม่ใช่อุณหภูมิของน้ำ การใช้เครื่องมือวัดความเป็นกรด-ด่าง อย่าลืมเปิดฝา เนื่องจาก แม้ไม่เปิดฝา เครื่องมือก็แสดงค่าการวัดเป็นตัวเลขออกมาได้ แต่เป็นค่ามาตราฐานที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ค่าที่ต้องการวัด รวมถึงการเก็บอุปกรณ์และข้อควรระวังในเรื่องอื่นๆด้วย

        ในช่วงสุดท้ายของการสรุป ได้กล่าวถึงแผนงานที่จะทำต่อไป เริ่มจากการฝึกใช้เครื่องมือให้ชำนาญยิ่งขึ้น ก่อนจะมาตกลงกันว่า จะวางแผนที่จะวัดคุณภาพน้ำเดือนละกี่หน การวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการทำเวบไซต์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลออกสู่ทุกมุมโลก สำหรับเครื่องมือที่นำมาได้มอบให้ อบต.เป็นผู้เก็บไว้ต่อไป

เกร็ดเล็กๆจากการอบรม

เกร็ดจากการอบรม
1. ในการอบรมชาวบ้านกุดน้ำใสครั้งนี้ มีส่วนหนึ่งเท่านั้นที่สนใจในการอบรมอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะสนใจในระดับปานกลาง วิทยากรจึงต้องใช้สื่อที่ง่ายต่อการเข้าใจ เช่น นาฬิกาสัตว์หน้าดิน สีของน้ำในแก้วน้ำ และภาษาที่ใช้แบบง่ายๆ
2. ในการอบรมด้วยการใช้ภาษาแบบง่ายๆนี้ บางครั้งก็ใช้เวลาเนิ่นนาน เพราะพื้นฐานความเข้าใจของผู้เข้าอบรมแต่ละคนไม่เท่ากัน
3. เนื่องจากเป็นการอบรมครั้งแรก เครื่องมือหลายชิ้นพึ่งได้มาในเวลาไม่นานนัก อุปกรณ์บางชิ้นยังมาไม่ถึง ด้ามสวิงที่ใช้ตักตะกอนยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอยู่บ้าง ซึ่งในคราวต่อไป สิ่งต่างๆจะพร้อมมากกว่านี้

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของทีมงานจาก Wetlab
        ชาว Wetlab ซึ่งว่างเว้นจากการเป็นผู้ช่วยวิทยากรอบรมมานาน คราวนี้ได้ไปอบรมกันสมใจอีกครั้ง สำหรับนักศึกษาปริญญาโทบางท่าน ครั้งนี้อาจจะเป็นการช่วยงานอบรมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเรียนจบออกไปทำงานที่อื่นต่อไป
        การอบรมครั้งนี้เป็นงานงานแรกของคุณประทุม ฉายเสมแสง นักศึกษาปริญญาโทปี 1 น้องใหม่ของ Wetlab สาขาชีววิทยาน้ำจืด ถึงแม้ว่าจะยังจัดจำแนกสัตว์หน้าดินไม่ชำนาญนัก แต่จากการได้มาร่วมเป็ฯผู้ช่วยวิทยากรในการอบรมครั้งนี้ ทำให้เธอเข้าถึงชีววิทยาน้ำจืดมากขึ้น และจะคล่องแคล่วมากขึ้นในคราวต่อๆไป
        สำหรับคุณวิไลลักษณ์ ไชยปะแล้ว เธอมักจะติดธุระและพลาดในการไปช่วยงานอบรมบ่อยครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้ เธอไม่พลาด และมีบทบาทในการช่วยอธิบายการใช้นาฬิกาสัตว์หน้าดินอย่างคล่องแคล่วทีเดียว ในคณะที่คุณศิริพร แซ่เฮงที่ขอไปช่วยงานอบรมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับพลาดไปอย่างน่าเสียดาย และคุณอลงกรณ์ ผาผง ที่ไปทำงานในลักษณะนี้ที่น้ำพองหลายครั้งแล้ว ในครั้งนี้เธอจึงสละสิทธิ์ไม่ไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นๆบ้าง
        นาฬิกาสัตว์หน้าดินเรือนใหญ่และใช้เป็นสื่ออธิบายให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจเป็นอย่างดี ต้องยกเครดิตให้ คุณบุญเสฐียร บุญสูง นักศึกษาปริญญาโทปี 2 ที่โชว์ฝีใอในการวาดสุดฝีมือ แถมด้วยการวาดภาพการเก้บตัวอย่างประกอบไว้ในคู่มือที่แจกให้แก่ชาวบ้านอีก รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนการนำเสนอและอธิบายเรื่องส้ตว์หน้าดิน ให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจได้เป็นอย่างดี
        สำหรับประสบการ์ที่มีมานาน คุณประยุทธิ์ อุดรพิมายจึงรับบทหนักอธิบายถึงการตักตะกอน และคอยอธิบายเสริมน้องๆในประเด็นที่ตกหล่นไป ด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด และพูดาภาษาอีสานได้อย่างคล่องแคล่วที่สุด เพราะเป้นคนในพื้นที่ด้วย ส่วนคุณประสาท เนืองเฉลิม ซึ่งมีความสามารถรอบตัว รับหน้าที่เป็นผู้สาธิตการใช้เครื่องมือวัดความเป็นกรด-ด่าง แต่เพียงผู้เดียว ด้วยลีลาภาษาพื้นบ้านอย่างลื่นไหล แถมมีประสบการณ์ในการสอนเด็กนักเรียนมาแล้ว สำหรับคุณนิศารัตน์ คล้ายทอง คุณวิไลลักษณ์ และคุณประทุมแม้จะพูดภาษาอีสานได้ไม่ถนัดปาก แต่ก็อธิบายด้วยภาษาไทยแบบชัดถ้อยชัดคำเช่นกัน
ถึงแม้ว่าก่อนหน้าการอบรม webmaster จะมีปัญหาด้านสุขภาพ จนเกือบจะมาเก็บข้อมูลในการอบรมครั้งนี้ไม่ได้ แต่ในที่สุด บันทึกการอบรมครั้งนี้ก็ปรากฏสู่สายตาของท่านจนได้..
Asa Asachai
22 August 2000


Wetlab Ring
Prev 5 | Previous | Next | Next 5 | Random | List |
Wetlab Ring,