Make your own free website on Tripod.com
วิจารณ์ผลการศึกษา

คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพบางประการของน้ำ

            จากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของน้ำ ในลำธารทั้งสามสาย พบว่ามี pH อยู่ในช่วง 6.5-9 อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส มีค่า conductivity < 1000 uS/cm ค่า DO > 5 mg/l

            แสดงว่า น้ำในลำธารทั้งสามเป้นน้ำที่สะอาดมาก Chapman (1992)

สัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดิน

            สัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดิน กลุ่มที่พบมากที่สุด คือ แมลงหนอนปลอกน้ำ ( O. Trichoptera ) ซึ่งพบกว่า 50 % ของจำนวนทั้งหมด สอดคล้องกับคำกล่าวของ Wiggin (1997) ที่ว่า ในอเมริกาเหนือ พบ O.Trichoptera เป็นแมลงน้ำกลุ่มใหญ่ที่พบ และประสบความสำเร็จในการอยู่อาศัยทุกแหล่งน้ำจืด และมีสมาชิกอยู่ในทุกลำดับขั้นของ การบริโภค สัตว์ใน Order นี้จะอาศัยอยู่มากบริเวณกระแสน้ำไหล แต่สรุปผลที่ได้ต่างจากการศึกษาของ อิสระ (2537) และมนตรี (2537) ซึ่งศึกษาสัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดินบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และน้ำตกต่างๆของภาคใต้ตามลำดับ โดยทั้งสองพบสัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดินใน O. Ephemeroptera มากกว่า O.Trichoptera ทั้งนี้ อาจเนื่องจากความแตกต่างของสถานที่ศึกษาและฤดูกาลของการศึกษา

            ชิตชล (2536) พบว่า สัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดินที่มี Substrate เป็นกรวด มีความหลากหลายของชนิดมากที่สุด ส่วนโคลนมีความหลากหลายต่ำที่สุด โดยกรวดและทราย จะมีจำนวนสัตว์คล้ายกันมากกว่าหินและโคลน Haug และ Thorp (1991) รายงานว่า ขนาดของ Substrate จะมีอิทธิพลต่อชนิด และจำนวนสัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดิน โดย Substrate ที่เป็น Cobble (ก้อนหินเล็กๆ) พบชนิดสัตว์มากกว่า Substrate ที่เป็นกรวดและทราย ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาครังนี้ คือ บริเวณน้ำตกวังกวางที่มี Substrate เป็น Bedrock (แผ่นหินขนาดใหญ่) ผสมกับ Cobble จะพบจำนวนชนิดมากกว่า บรเวณน้ำตกเพ็ญพบใหม่ตอนบนซึ่งมี Substrate เป็น Bedrock และมีทรายละเอียดกระจายอยู่บางบริเวณ แต่ปริมาณที่พบใกล้เคียงกัน และในลำธารน้ำตกเพ็ญพบใหม่ตอนล่าง มี Substrate เป็น Bolder (ก้อนหินขนาดใหญ่ ) พบชนิดและจำนวนสัตว์น้อยที่สุด

            Welch และ Hickey (1992) ได้รายงานว่า ระดับมวลชีวภาพ (Biomass) ของ Substrate ที่เป็นพืชจะมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของ สัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดินพวกกินสาหร่ายและไดอะตอม McCaffaerty (1981) รายงานว่า จำนวนตัว Larvae ของ O.Trichoptera มีความสัมพันธ์กับชนิดของ Substrate โดยเฉพาะพืชที่อยู่ในน้ำ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาครั้งนี้คือ เมื่อหา ความสัมพันธ์ระหว่างชนิด และจำนวนของสัตว์ไม่กระดูกสันหลังหน้าดิน กับน้ำหนักแห้งของมอส พบว่า มีความสัมพันธ์กัน ( ตารางที่ 8 ) จากการใช้ Spearman Correlation พบว่า Hydroptila sp., Chironomidae และ Helicopsychidae มีความสัมพันธ์กันในเชิงบวก ดังนั้น ควรจะมีการศึกษาเกี่ยวกับ Resource Partitioning เพื่อดูว่า มีปัจจัยอะไรที่ทำให้สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่รวมกันได้

            Morse และคณะ (1984) กล่าวว่า แมลงหนอนปลอกน้ำวงศ์ Helocopsychidae อาศัยอยู่ในบริเวณที่มี Substrate เป็น Cobble ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาครั้งนี้ โดยพบสัตว์นี้มากในบริเวณลำธารน้ำตกวังกวาง ทั้งบริเวณ run และ riffle โดยพบในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน บริเวณดังกล่าวมีพื้นล่างของลำธารเป็น Bedrock และมี Substrate เป็น Cobble ส่วนในบริเวณลำธารน้ำตกเพ็ญพบใหม่ตอนล่างพบน้อยมาก เนื่องจากพื้นล่างของลำธารเป็น Bolder ซึ่งไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย จึงทำให้พบสัตว์ชนิดนี้น้อยกว่าบริเวณอื่นๆ นอกจากนี้ Fitter และ Manuel (1986) กล่าวว่า แมลงหนอนปลอกน้ำ Molana sp. มีการสร้างปลอกจากทราย จากการศึกษาพบว่า พบสัตว์ชนิดนี้น้อยมากในบริเวณน้ำตกอื่นๆ แต่พบมากในบริเวณน้ำตกเพ็ญพบใหม่ตอนบน ซึ่ง พื้นล่างของลำธาน้ำตกเพ็ญพบใหม่ตอนบน จะมีบางบริเวณที่เป็นทรายผสมกับบริเวณที่เป็น Bedrock ในบางจุดที่มีการเก็บตัวอย่าง แสดงว่า ตัวอ่อนของแมลงหนอนปลอกน้ำชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่บน Substrate ที่มีทรายละเอียดปกคลุมอยู่บางบริเวณ

xcounter