Make your own free website on Tripod.com
โครงการ"นักสืบสายน้ำ" การดูแลลำน้ำชุมชน

                    โครงการนักสืบสายน้ำ เป็นโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี มีวัตถุประสงค์เบื้องแรกเพื่อให้โรงเรียนจำนวน 50 แห่งในลุ่มน้ำปิงสามารถประเมินสถานภาพลำน้ำ และส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเกิดทัศนคติที่ดี ในการดูแลลำน้ำในชุมชน อันจะนำไปสู่การจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยชุมชนท้องถิ่นเองในระยะยาว


คณะทำงานโครงการ

ผู้จัดการโครงการ : นฤมล อภินิเวศ
ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ : ชฎาพันธุ์ มลิพันธุ์
ผู้ดูแลการผลิตสื่อสิ่งแวดล้อมศึกษา : สรณรัชฏ์ กาญจนะวณิชย์
เจ้าหน้าที่ประสานงานภาคสนาม : วิภาพรรณ นาคแพน สมเกียรติ จันทรสีมา คุณากร บุญโส

โครงการนักสืบสายน้ำ มูลนิธิโลกสีเขียว 395/46-48 ซอยเพ็ญพัฒน์ 4 ถนนมหาราช เขตพระนคร กรถงเทพฯ 10200 โทร 622-2250-2 โทรสาร 622-1618 สำนักงานโครงการฯ เชียงใหม่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ ตู้ ป.ร. 7 อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ 50180 โทร (053) 29-8171-5 ต่อ 2668 โทรสาร (053) 29-8180

สนับสนุนโดย: สำนักความร่วมมือทางด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ประเทศเดนมาร์ก
(Danish Co-operation for Environment and Development - DANCED )


นักสืบสายน้ำ

          คุณภาพน้ำเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และยิ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วยน้ำทิ้ง น้ำเสียและ สารเคมีนานาชนิด จากบ้านเรือนและโรงงาน รวมทั้งสารเคมี จากการเกษตร เราทุกคนล้วนใช้น้ำ ปัญหาคุณภาพน้ำจึง เป็นปัญหาที่สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ

ด้วยความเชื่อที่ว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การดูแลคุณภาพลำน้ำอย่างยั่งยืน มูลนิธิโลกสีเขียวจึงริเริ่มโครงการนักสืบสายน้ำขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2541
โครงการนักสืบสายน้ำเป็นโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาระยะเวลา 3 ปี (กันยา 2541 - สิงหาคม 2543) บริหารงานโดยมูลนิธิโลกสีเขียว และได้รับ ทุนสนับสนุนจากสำนักงาน ความร่วมมือทางด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา ประเทศเดนมาร์ก (DANCED) มีจุดประสงค์เพื่อ สร้างศักยภาพแก่ครู และนักเรียน ระดับมัธยม ศึกษาใน ลุ่มน้ำปิงจำนวน 50 โรงเรียน ให้สามารถตรวจสอบ ประเมินคุณภาพของลำน้ำ และสามารถประสาน กับชุมชนในพื้นที่ได้ ทำให้เกิดทัศนคติที่ดี อันจะนำไปสู่ การร่วมรับผิดชอบ ดูแลคุณภาพน้ำในท้องถิ่นต่อไป

เพื่อบรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว งานหลักของโครงการนักสืบสายน้ำ ได้แก่

1. ประสานเครือข่ายครูและนักเรียนลุ่มน้ำปิง

          งานสำคัญของโครงการคือ การประสานงานเครือข่าย โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตลุ่มน้ำปิง โดนอาศัยเครือข่ายโรงเรียนของศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา เขต 8 ที่มีอยู้เดิมเป็นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ และเป็นแนวร่วมในการจัดและพัฒนากิจกรรม สิ่งแวดล้อมศึกษา เพื่อดูแลลำน้ำในท้องถิ่นสืบไป โดยช่วงแรกจะเริ่มต้น สานเครือข่ายโรงเรียนตามลำน้ำสาขาย่อยก่อน และประสานเป็นเครือข่ายใหญ่ในปีสุดท้ายของ โครงการ

2. จัดทำคู่มือสำรวจและดูแลลุ่มน้ำ

          โครงการนักสืบสายน้ำกำลังจัดทำ คู่มือสำรวจและดูแลลำน้ำ เพื่อให้โรงเรียนมัธยมศึกษา และบุคคลทั่วไปสามารถสำรวจและประเมิณคุณภาพน้ำด้วยวิธีทางชีวภาพได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือราคาถูกและวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยมุ่งเน้นกระบวนการทางสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่เหมาะสมกับระบบนิเวศและสภาพของท้องถิ่นเป็นสำคัญ
          คู่มือดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของคณะครู นักการศึกษา ผู้มีความรู้ในท้องถิ่น นักนิเวศวิทยา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศสัตว์น้ำจืด ทั้งชาวไทยและเดนมาร์ก

3. ครูและนักเรียนสำรวจเรื่องที่เกี่ยวกับคุณภาพน้ำ และสภาพลำน้ำท้องถิ่น

          ปัจจุบัน นโยบายกระทรวงศึกษาธิการและหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ได้มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และเชื่อมโยงกับเรื่องใกล้ตัวในท้องถิ่นได้ นับเป็นแนวทางการศึกษาสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมาก ที่สุด ดังนั้น โครงการนักสืบสายน้ำจึงสนับสนุนให้นักเรียนในโรงเรียนสมาชิกเครือข่าย ทำกิจกรรมการศึกษาคุณภาพน้ำในท้องถิ่นตนเอง อย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี ทั้งในและนอกห้องเรียน
         ความที่น้ำเป็นของใกล้ตัวและสำคัญกับชีวิต ครูจึงสามารถเชื่อมโยงเรื่องคุณภาพน้ำให้เข้ากับวิชาต่างๆ และกิจกรรมเสริมหลักสูตรอื่นๆได้ โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระแก่ครูมากเกินไปนัก
          นอกจากนั้น ทางโครงการยังจะจัดให้มีการฝึกบุคลากรในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง เพื่อทำหน้าที่ศึกษาอบรม ประสานงาน ให้ความช่วยเหลือแก่ครูและผู้นำนักเรียนอีกทอดหนึ่ง เมื่อโครงการสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมเหล่านี้ จะเป็นผู้สนับสนุนลและให้คำปรึกษาแก่โรงเรียน ทำให้งานศึกษาและดูแลลำน้ำ มีความต่อเนื่องและยั่งยืนสืบไป
          งานอีกส่วนหนึ่งของโครงการ คือการออกสำรวจลำน้ำในชุมชนของโรงเรียนเครือข่าย ด้วย คู่มือสำรวจและดูแลลำน้ำ ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ทางเคมีอย่างง่าย ในช่วงเวลาใกล้เคียงหรือ พร้อมกัน และจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครือข่าย เพื่อให้เห็นสภาพรวมของลุ่มน้ำปิงและสาขา
          ด้วยกิจกรรมนี้ นักเรียนจะตระหนักว่า ตนสามารถเก็บข้อมูลในท้องถิ่นด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อถือได้เอง           ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น นักเรียนจะรู้จักการใช้วิจารณญาณประเมินเหตุและผลอย่างรอบคอบ และรู้จักระดมความ คิดสร้างสรรค์ เพื่อหาแนวทางดูแลลำน้ำภายในชุมชนของตนเอง

4. ครูและนักเรียนแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้กับชุมชน

          เหตุที่โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน กิจกรรมการศึกษาและสำรวจคุณภาพน้ำของโรงเรียน จึงต้องอาศัย ความมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชนเป็นสำคัญ ด้านหนึ่ง นักเรียนจะได้รู้จักคุณค่าของผู้ใหญ่และ ผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่น ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิถีชีวิตและการดูแลลำน้ำ ในขณะเดียวกัน นักเรียนจะได้บอกเล่าถึงสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ต่อผู้ใหญ่ ทำให้เกิดการสืบทอด แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ไปพร้อมกันด้วย
          นอกจากนั้น โครงการจะร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรเอกชน ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ จะจัดให้มีการประชุมหารือกันเป็นประจำทุกปี และจะจัดฝึกอบรม เชิงปฏิบัติการเรื่องการสำรวจคุณภาพน้ำ ด้วยสัตว์น้ำจิดให้แก่องค์กรที่สนใจด้วย

5. เผยแพร่ข้อมูลและสถานภาพลำน้ำท้องถิ่นสู่สาธารณชน

          โครงการนักสืบสายน้ำ จะจัดแผนงานเผยแพร่ความรู้และผลงาน 2 ครั้ง เพื่อให้กลุ่มอนุรักษ์น้ำ ในพื้นที่อื่น และคนทั่วไปที่สนใจการดูแลลำน้ำ ได้มีส่วนร่วมและรับรู้การดำเนินงานของโครงการ
          งานแรกคือ วันสำรวจสายน้ำ เพื่อนำเสนอคู่มือสำรวจและดูแลลำน้ำ โดยจะมีการสาธิตวิธีการใช้คู่มือ ดังกล่าวด้วย งานดังกล่าวจะจัดขึ้นหลังจากจัดทำคู่มือออกมาเรียบร้อยแล้วในช่วงปีที่ 2 ของโครงการ
          อีกงานหนึ่งคือ งาน นักสืบสายน้ำปิง เป็นงานนำเสนอข้อมูลสำรวจลำน้ำปิงและสาขา ตลอดจนผลงาน กิจกรรม ของโรงเรียนในเครือข่าย ตลอดระยะเวลาสามปี จะจัดขึ้นช่วงใกล้สิ้นสุดโครงงการ


เส้นทางของสายน้ำ
บทความจากจุลลารนักสืบสายน้ำ
1.วัฏจักรน้ำ

เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสง แผดเผาผืนน้ำให้ระเหยกลายเป็นนไอ ไอน้ำจากแหล่งน้ำก็รวมตัวกับไอน้ำที่พืชคายออกมาและที่ระเหยขึ้นจากแผ่นดิน ลอยขึ้นสู่ที่สูง กระทบกระทั่งกับอากาศเย็นข้างบน แล้วกลั่นตัวเป็นละอองน้ำเล็กๆ รวมกันเป็นก้อนเมฆ ซึ่งจะควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ เมื่อใดที่หยดน้ำใหญ่ขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆ จนชั้นบรรยากาศรับไม่ไหว ก็จะตกลงสู่แผ่นดิน
น้ำจืดในโลกนี้มีเพียงน้อยนิด ยิ่งน้ำผิวดินเช่นน้ำในแม่น้ำลำธาร มีเพียง 0.33 ส่วนใน 100 ส่วนของน้ำจืดทั้งหมดเท่านั้น


2. น้ำและอุตสาหกรรม

เราใช้น้ำไม่น้อยในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในกระบวนการผลิต การทำความสะอาด และการหล่อเย็นเครื่องจักร น้ำดีใช้แล้วกลายเป็นน้ำเสีย ทั้งร้อน ทั้งมีเชื้อโรค มีสารพิษ และโลหะหนักสารพัด ถ้าไม่ได้รับการบำบัดเสียก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำ จะทำให้แม่น้ำเน่าเสีย


3. ป่าชายเลน

เป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ทั้งเป็นรอยต่ออันนุ่มนวลระหว่างแผ่นดินและทะเล กันคลื่น กันน้ำเซาะดิน กันลม สงบและปลอดภัยมากพอจะเป็นแหล่งวางไข่ ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและลูกอ่อนนานาชนิด เป็นที่สะสมของดินตะกอน เพิ่มพื้นที่ชายฝั่ง และดูดซับสารพพิษต่างๆ ไม่ให้ไหลลงสู่ท้องทะเลด้วย


4. น้ำและการเดินทาง

คนไทยได้ชื่อว่าเป็นชาวน้ำมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็มักตั้งบ้านเรือนใกล้น้ำ มีบันทึกว่ากรุงศรีอยุธยา มีคนอาศัยอยู่ 5 แสนคน มีเรือรวมกันถึง 2 แสนลำ แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางคมนาคมขึ้นเหนือล่องใต้อันสำคัญ ตราบจนถนนหนทางเข้ามาแทนที่


5. ชุมนุมชน

คนเราต้องการน้ำ ร่างกายเรามีน้ำอยู่ 7 ใน 10 ส่วน คนจึงดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน คนในเมืองใช้น้ำเปลืองกว่าคนในชนบทถึง 4 เท่า คิดสะระตะตั้งแต่อาบน้ำ ล้างหน้า ล้างจาน ล้างรถ ซักผ้า รดน้ำต้นไม้ และกดชักโครก รวมแล้วเฉลี่ยคนละ 200 ลิตร ยิ่งเมืองขยายยิ่งต้องใช้น้ำเพิ่ม และยิ่งใช้น้ำดีมากขึ้นเท่าไหร่ น้ำเสียยิ่งถูกปล่อยออกมาจากชุมชนมากเท่านั้น


6. น้ำและการเกษตร

คนไทยใช้น้ำ 9 ใน 10 ส่วนทำนาไร่ เมื่อฝนฟ้าตกลงมาไม่สม่ำเสมอดังใจ เราจึงคิดค้นวิธีควบคุมน้ำด้วยการชลประทานนานาชนิด เช่น สร้างเขื่อน ทำฝายน้ำล้น ขุดคูคลอง ใช้ระหัดทดน้ำเข้านา สูบน้ำบาดาล และอื่นๆ เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมากเพียงพอแก่ความต้องการของพืช
การปลูกพืชชนิดเดียวบนดินผืนเดียวหรือที่เรียกว่า ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ที่ต้องการเพิ่มผลผลิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ทั้งปุ๋และสารกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก เมื่อฝนตกลงมาก็จะชะสารเคมีเหล่านี้ไหลลงสู่สายน้ำ


7.หนองน้ำ

หนองน้ำเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ช่วยเก็บกักและดูดซับน้ำท่วมเอาไว้ ทั้งลดทั้งปล้องกันน้ำหลากฉับพลันที่จะเกิดกับพื้นที่รอบๆ นอกจากนั้น ต้นไม้พงหญ้าที่ขึ้นอยู่ริมหนองน้ำเช่น ต้นธูปฤาษี ยังช่วยดูดซับสารเคมีอย่างโลหะหนักได้ด้วย หนองน้ำจึงเป็นแหล่งบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติ


8. แผ่นดินแล้ง

เมื่อพื้นที่สีเขียวอย่างป่าลดน้อยถอยลง ระบบนิเวศเสียหาย น้ำท่วมหนักบ่อยครั้งขึ้น ฝนแล้งมากขึ้น หากไม่หยุดยั้งแก้ไข สิ่งที่เหลือยู่คือ ภูเขาหัวโล้นและความแห้งแล้งของแผ่นดิน


9.สายน้ำคดเคี้ยว

แม่น้ำไหลคดเคี้ยวตามธรรมชาติ สร้างความหลากหลายให้แก่ลำน้ำ บางทีน้ำไหลช้า มีตะกอนดินทรายทับถมจนตื้น บางทีน้ำไหลเร็วมีแต่กรวดหิน บางทีเป็นแอ่งลึก ลักษณะของความหลากหลายเช่นนี้ สนองตอบความต้องการชีวิตของสัตว์น้ำต่างกันไป เป็นที่อยู่ แหล่งอาหาร และสถานอนุบาลตามธรรมชาติของสัตว์น้ำ บางชนิดอาศัยตามดงพืชริมน้ำ บางชนิดวางไข่ตามกรวดใต้น้ำ เป็นต้น
การบุกรุกพื้นที่ฝั่งน้ำ ขุดแต่งลำน้ำให้ตรง ทำเขื่อนริมฝั่ง จึงเป็นการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย ที่เพาะพันธุ์ และวางไข่ของสัตว์น้ำ


10. ป่าและดงพืชริมน้ำ

ป่าและดงพืชที่ขึ้นอยู่ริมฝั่ง มีส่วนสำคัญในการป้องกันฝั่งน้ำและตลิ่ง ไม่ให้ถูกน้ำกัดเซาะพังทลายโดยง่าย ในขณะเดียวกันยังช่วยกักตะกอนไม่ให้ไหลลงสู่น้ำมากเกินไป จนทำให้แม่น้ำตื้นเขิน ยิ่งไปกว่านนั้น ป่าริมน้ำยังมีหน้าที่สำคัญในการป้องกันน้ำท่วมด้วย


11. ป่าเขตร้อน

ขณะที่เรือนยอด ลำต้น ใบ ราก และสารอินทรีย์ที่ทับถมเป็นดินในป่า ช่วยกันดูดซับน้ำฝนไว้ไม่ให้ไหลท่วมเร็วเกินไป ใบไม้จำนวนมหาศาลในป่าเขตร้อน โดยเฉพาะป่าดิบก็คายน้ำสู่บรรยากาศ เพื่อตกลงมาเป็นฝนอีกครั้ง ป่าจึงสำคัญนักในวงจรน้ำ


มูลนิธิโลกสีเขียว gwft@internet.ksc.net.th



Wetlab Ring
Prev 5 | Previous | Next | Next 5 | Random | List |
join Wetlab Ring, click here!



Copyright (C) 1999 WetLab : Freshwater Biomonitoring Staff!!